จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ตำนานของ Achilles' Heel


 
(Picture by Peter Paul Reubens (circa 1625) of the goddess Thetis dipping her son Achilles in the River Styx which runs through Hades. In the background, the ferryman Charon rows the dead across the river in his boat.)
      หลังจากที่ได้พูดถึงที่มาที่ไปของ Scapegoat และหนังสือเรื่อง Whom God Would Destroy? ไปครั้งที่แล้ว ทำให้นึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านั้นก็เคยพูดถึง idiom ที่มีที่มาที่ไปตั้งแต่ยุคโบราณ เกี่ยวกับนิยายปรัมปราคือ คำว่า Too Close To The Sun  ถึงตอนนี้ทำให้นึกถึง idiom อีกคำที่มีต้นกำเนิดตั้งแต่สมัยโบราณกาล นัยว่าในยุคสมัยนั้นมนุษย์และเทพเจ้าสามารถพูดจาสื่อสารกันได้ แม้กระทั่งมีลูกด้วยกันก็ยังเคย ดังตัวอย่างเช่น Achilles ซึ่งเป็นบุตรของ Goddess of Water ในสมัยกรีกโบราณ และ Mr Achilles คนนี้เองที่เป็นต้นกำเนิดของ idiom  คือ Achilles' Heel  (Hollywood เคยทำหนังเรื่อง Troy ให้ Brad Pitt สุดหล่อแสดงเป็น Achilles)
       ขอคัดลอกข้อความจาก wikipedia มาให้อ่านเพื่อฝึกฝนภาษาอังกฤษกันเล่นๆ ดังนี้
       In Greek mythology, when Achilles was a baby, it was foretold that he would die young . To prevent his death, his mother Thetis took Achilles to the River Styx, which was supposed to offer powers of invulnerability, and dipped his body into the water. But as Thetis held Achilles by the heel, his heel was not washed over by the water of the magical river. Achilles grew up to be a man of war who survived many great battles. But one day, a poisonous arrow shot at him was lodged in his heel, killing him shortly after.
      ใจความก็คือ สมัยที่ Achilles ยังเป็นเบบี๋อยู่ มีคำทำนายว่าจะตายตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้ม่าม้า Thetis ที่เป็นเทพี (เป็นเพศชายจะเรียก เทพเจ้า) ต้องรีบหาวิธีแก้ไข  โดยการพาลูกชายสุดที่รักไปยังแม่น้ำ Styx ซึ่งเป็นแม่น้ำที่กั้นระหว่างโลกคนตายและโลกคนเป็น เมื่อถึงแม่น้ำสุดสยองนี้ คุณแม่เทพีท่านนี้ก็ไม่รีรอรีบจับเท้า baby Achilles ให้หัวห้อยแล้วจุ่ม (จะคล้ายกับเวลาเราไปกินหมูจุ่มหรือเปล่าก็ไม่รู้ ลองดูภาพประกอบที่ยืมเขามาก็แล้วกัน) ลงไปในน้ำเพื่อให้อยู่ยงคงกระพัน ประมาณว่าฟันไม่เข้า (หมายถึง ฟันแทง ไม่เข้า คนละความหมายกับฟันเหยิน) แต่เจ้ากรรมบริเวณที่คุณแม่ผู้แสนดีจับไว้นั้นไม่ได้สัมผัสกับน้ำของแม่น้ำแห่งเวทมนตร์  จึงทำให้ส่วนของ ส้นเท้า หรือ heel กลายเป็นจุดอ่อนไป  นั่นเองที่ทำให้ Achilles เป็นที่ร่ำลือว่าอยู่ยั้งยืนยงในมหาสงครามหลายต่อหลายครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็โดนกำจัดจุดอ่อนจนได้  เพราะโดนลูกธนูอาบยาพิษที่ส้นเท้าเข้าเต็มๆ ในสงครามกับกรุง Troy  นี่เองคือที่มาของ idiom คำว่า Achilles' Heel (heel ไม่มี s นะ เพราะจับข้างเดียวไม่ได้จับ 2 ข้าง) ซึ่งหมายถึง จุดอ่อน จุดด้อย
     ถ้าเป็นตามที่ตำนานเล่ามาจริงๆ blogger คิดว่า Achilles น่าจะหาเกราะเหล็กหนาๆ หุ้มเฉพาะส่วนที่เป็น heel ของเขาซะ  Brad Pitt สุดหล่อจะได้ไม่ต้องมาตายตอนจบให้เป็นที่น่าเสียดายอย่างนี้

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ที่มาที่ไปของ แพะรับบาป (Scapegoat)

                The Scapegoat by William Holman Hunt, 1854.

      วันนี้ดูสารคดีจาก Truevision เกี่ยวกับการระบาดของ small pox ไข้ทรพิษที่ประเทศแคนาดา เมื่อประมาณปี 1880 กว่าๆ ที่มีคนตายถึง 2,000 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ในครั้งนั้นชาวเมืองโกรธแค้นที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมโรคได้ รัฐบาลจึงพยายามหาแพะรับบาปเพื่อโยนความโกรธแค้นในครั้งนั้นไปให้ 
       การกระทำแบบหา แพะรับบาป ไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นในยุคนี้สมัยนี้ แต่มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ bloggerเคยอ่านนิยายแปลเรื่อง Whom God Would Destroy? หรือในภาคภาษาไทยเรื่อง สวรรค์สาป ที่ประพันธ์โดย Richard Powell นักเขียนคนโปรดที่เขียนเรื่องต่างๆ ได้อย่างมีสีสัน โดยวิธีประชดประชัน(satire) นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นโดยอิงจากมหากาพย์ The Trojan War ของกวีเอก Homer นิยายเรื่องนี้อ่านสนุกมากโดยเฉพาะคนที่เคยอ่านหรือพอจะรู้เรื่องเกี่ยวกับเทวตำนานของฝรั่ง ในเรื่องเล่าถึงตัวเอกซึ่งเป็นลูกนอกสมรสของกษัตริย์แห่งทรอย ซึ่งย่อมเป็นที่จงเกลียดจงชังของมเหสีใหญ่อย่างแน่นอน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พระเอกคนนี้จะติดร่างแหกลายเป็น scapegoat ไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ลองอ่านประวัติความเป็นมาของคำๆนี้กันดู
        ในสมัยของกรีกโบราณนั้น ในแต่ละปีมีประเพณีล้างบาปให้เมือง เพื่อกำจัดทุพภิกขภัยต่างๆ อาทิ แผ่นดินไหว  โดยคัดเลือกอาชญากร(criminal) คนพิการ(cripple) หรือ ขอทาน(beggar) วิธีการคัดเลือกคือ เขียนชื่อคนเหล่านั้นบนแผ่นดินเหนียว แล้วตากแดดไว้ 1 วันกับ 1 คืน ถ้าแผ่นที่ม่ีชื่อของใครแห้งที่สุด  คนคนนั้นจะถูกบังคับให้เดินไปรอบๆเมือง ระหว่างทางจะมีชาวบ้านขว้างหินใส่ตลอดทาง จนกระทั่งขาดใจตายไปเอง และคนที่ถูกเลือกนี้เรียกว่า Scapegoat  ซึ่งคำว่า Scapegoat นี้มาจาก Bible ที่เรียกแพะซึ่งถูกนำไปปล่อยทิ้งในทะเลทรายเพื่อฉลองพิธี Day of Atonement

ข้อมูลนี้ทำให้คิดว่าสำนวนไทยสำนวนนี้ฝรั่งขอยืมจากไทย หรือไทยขอยืมจากฝรั่งกันแน่น้อ