เคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับ Palindrome เมื่อประมาณ 30 กว่าปีมาแล้ว ในนิตยสารขวัญเรือน วันนี้นึกขึ้นได้เลยใช้ internet ให้เกิดประโยชน์ สืบหาที่มาที่ไปเลยได้ความรู้เล็กๆน้อยๆมาแบ่งปันกัน
ต้นกำเนิดของ Palindrome คือ Sator Square ซึ่งถูกค้นพบที่ Herculaneum (เมืองหนึ่งของโรมันโบราณที่ถูกเถ้าจากภูเขาไฟ Vesuvius ถล่มทับทั้งเมืองเมื่อ ศตวรรษที่ 79) เป็นอักษรภาษาลาตินสลักบนกำแพงหินเป็นรูปสี่เหลี่ยมว่า “Sator Arepo Tenet Opera Rotas” ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า อักษรในแนวตั้งและแนวนอนจะเป็นตัวเดียวกัน เช่น อักษรตัวแรกของแนวนอนและแนวตั้งคือ S อักษรตัวที่สองของแนวนอนและแนวตั้งคือ A อักษรตัวที่สามของแนวนอนและแนวตั้งคือ T เช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนครบเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสทำให้สามารถอ่านได้เหมือนกันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ตามรูปที่เห็นนั่นแหละค่ะ (ที่มา http://en.wikipedia.org/wiki/Palindrome)
ในยุคปัจจุบันตัวอย่างที่มีชื่อเสียงมากคือ “MADAM I’M ADAM” ซึ่งถ้าเขียนกลับจากหลังไปข้างหน้าโดยไม่คำนึงถึง punctuation และการแบ่งคำ ก็จะสามารถเขียนออกมาได้ความหมายเดิมว่า “MADA M I M ADAM”
นี่แหละหนาใครว่าเก่าสู้ใหม่ไม่ได้ ที่แท้แล้วเก่าแต่เก๋าก็เยอะแยะไป
Dan Hoey คิดค้นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถสร้าง palindrome ที่ยาวถึง 540 คำ ได้ในปี 2537
Peter Norvig ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถสร้าง palindrome ที่ยาวถึง 17,259 คำ ได้ในปี 2546
Palindrome word ที่ยาวที่สุดในโลกคือคำว่า “saippuakivikauppias,” แปลว่า “soap stone dealer”; และคำว่า“solutomaattimittaamotulos,” แปลว่า “the result from a measurement laboratory for tomatoes.”
(ที่มา http://www.damninteresting.com/retired/the-worlds-longest-palindromes/)
