ทั้งๆที่เรียนภาษาอังกฤษมานาน แถมเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอีกต่างหาก ก็เพิ่งจะมาให้ความสำคัญกับความแตกต่างระหว่าง American Eng. และ British Eng. ทั้งที่เมื่อครั้งเรียน ป.โท อาจารย์พี่แหม่ม เคยทักว่า paragraph ที่ bloger เขียนนั้น สับสนไปมาระหว่าง American และ British English ครั้งนั้นก็ได้แต่คิดว่ามันสับสนยังไง(หว่า) จนเมื่อเร็วๆนี้เอง ความสะดวกจากการ google หาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ทำให้คิดที่จะค้นหาความแตกต่างอย่างจริงๆจัง แล้วก็ได้คำตอบมากมายว่า นอกเหนือจากความแตกต่างในเรื่อง spelling และ pronunication แล้ว vocabulary และ grammar ระหว่าง 2 ภาษานี้ก็แตกต่างกันอีกมากมาย เช่น American เรียกน้ำมันเชื้อเพลิงว่า gas แต่ British Eng. ใช้คำนี้ตรงๆ ว่าหมายถึง แกสที่เป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม และเรียก น้ำมันเชื้อเพลิงว่า petrol หรืออย่างคำว่า กระดาษชำระ American ใช้ว่า Kleenex ขณะที่ British ใช้ว่า tissues หากท่านๆ สนใจ เพิ่มขอเชิญ click เข้าไปตามลิงค์เหล่านี้ได้เลยนะคะ และหากผู้อ่านท่่านใดมีข้อมูลอื่นๆที่ต้องการบอกเล่า ก็ขอน้อมรับด้วยความยินดีค่ะ
http://ict.moph.go.th/English/content/ae_be_02.htm
http://english-zone.com/vocab/ae-be.html
http://iteslj.org/v/e/ck-british-american.html
http://esl.about.com/od/toeflieltscambridge/a/dif_ambrit.htm สำหรับ website นี้ เคยทำให้ blogger รู้สึกว่า คนไทยบางคนที่คิดว่ารู้จักภาษาอังกฤษดีแล้วต้องหันกลับไปคิดเสียใหม่ ดังตัวอย่างที่เคยพบกับตัวเองเมื่อครั้งมีการอบรม UTQ online วิชาภาษาอังกฤษ มีแบบทดสอบข้อหนึ่งให้เลือก preposition ที่เหมาะสมระหว่าง on กับ at ว่าคำใดควรใช้กับคำว่า weekend ซึ่งอันที่จริงแล้วใช้ได้ทั้ง 2 คำขึ้นอยู่กับว่าจะใช้เป็น American หรือ British English
ขอเชิญเพลิดเพลินกับความต่างระหว่าง American และ British English ได้เลยค่ะ
ยินดีต้อนรับสุภาพชนทุกท่านที่ต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ทั้ง American/English series, Movies, English for communication, English Teaching และ ESL ทุกเรื่องราวความรู้และความบันเทิงที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ Welcome to Miscellaneous English blog. I would like to be acquantanted with various bloggers whose interests are American/English serries, Movies, English for communication, English Teaching and ESL. Every creative ideas and comments are welcome, please share.
จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554
A song for Christmas
เพลงเก่าๆของ Bonny M ฟังเมื่อไหร่ก็ชอบ เป็นเพลงสำหรับวัน Christmas ชือ Marry's boy child เก็บมาฝากจาก youtube มี lyric มาด้วยเผื่อจะเต้นไปร้องไปค่ะ 'Marry's Boy Child' a song for Christmas
วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
Chemsitry กับ love affair
![]() |
|
วันนี้ดู Bob’s Burgers
เป็นตอนที่มีโจรเข้าไปปล้นร้าน ก่อนออกไปมีการร้องเพลงคู่กับภรรยาเจ้าของร้าน
ในการรายงานข่าวมีการพูดว่า “The chemistry between the robber and the
shop owner was sparking.” sub-title ไทย ก็แปลตรงๆ ว่า
สารเคมีเกิดปฏิกิริยากัน ซึ่งการใช้คำว่า chemistry ในลักษณะนี้เคยได้ยินมาบ้าง ครั้งแรกก็งงๆ
อยู่ว่าปฏิกิริยาทางเคมีเข้ามาเกี่ยวข้องอะไร แต่พอได้ยินหลายๆครั้งเข้า ก็เลยเข้าใจ(เอง)ว่าหมายถึง “การปิ๊ง” กันระหว่าง 2 คน ถ้าเป็นบ้านเราก็คงใช้สำนวนประมาณว่า
“ชะตาต้องกัน” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
ก็เป็นความเข้าใจของตัวเอง ถ้าผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยนะคะ
และท่านใดที่ทราบความหมายที่แท้จริงกรุณา post
ข้อมูลที่ถูกต้อง จะขอบคุณมากเลยค่ะ
|
Jane and John Doe
ดู serries สืบสวนอยู่นานจนกระทั่งเกิดสงสัยว่า ศพนิรนาม เค้าเรียกว่าอะไร พอตั้งใจฟังจริง ได้ยินคำว่า John Doe ก็เข้าใจว่าใช้ทั้งได้ทั้ง ชายและหญิง จนต่อมาจึงได้ยินคำว่า Jane Doe ซึ่งมุขนี้มีการนำไปใช้ในเรื่อง The Pink Panther I ที่ Steve Martin แสดงเป็น Inspector Clouseau มีตอนหนึ่งที่ Ponton กล่าวถึงศพชายนิรนามโดยเรียกว่า John และ Clouseau ตอบกลับว่า คิดว่าไม่รู้จักชื่อของผู้ตายเสียอีก ซึ่งมุขนี้คนที่ไม่ทราบว่า John/Jane Doe คือ คำที่เรียกคนหรือศพที่ไม่สามารถระบุชื่อได้ ก็คงไม่ขำหรอกเนาะ ว่าไหม
วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
Greeting!!!
Miscellaneous English blog ขอฝากตัวในฐานะ blogger หน้าใหม่ และยินดีต้อนรับสุภาพชนทุกท่านที่ต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ทั้ง American/English series, Movies, English for communication, English Teaching และ ESL ทุกเรื่องราวความรู้และความบันเทิงที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ
Welcome to Miscellaneous English blog. I would like to be acquantanted with various bloggers whose interests are American/English series, Movies, English for communication, English Teaching and ESL. Every creative ideas and comments are welcomed, please share.
Welcome to Miscellaneous English blog. I would like to be acquantanted with various bloggers whose interests are American/English series, Movies, English for communication, English Teaching and ESL. Every creative ideas and comments are welcomed, please share.
Too close to the sun
วันหนึ่งได้ดู serries เรื่อง Rules of engagement เป็นตอนที่สามีคือ Jeff ซึ่งปกติจะลืม wedding anniversay ของพวกเขาทุกปี และปีนี้เกิดจำได้ แต่เจ้ากรรมที่ Audrey ฝ่ายภรรยาเกิดลืม คุณสามีซึ่งสั่งดอกไม้ช่อโต พร้อมจองโต๊ะใน luxurious restaurant ไว้แล้ว จึงสั่งยกเลิกทั้งหมด แต่ก่อนหน้าได้ print out สำเนาใบสั่งซื้อและใบจองไว้ก่อน เพื่อเยาะเย้ยภรรยาทีหลังว่าเขาจำได้แต่อีกฝ่ายกลับลืม ความปรากฏว่า Audrey ไม่ลืม แต่เห็น Jeff เหน็ดเหนื่อยกับงาน เลยแอบซื้อเค้กไว้ surprise และพอความแตกเรื่อง Jeff ยกเลิกดอกไม้กับร้านอาหาร Jeff เลยต้องตามง้อ Audrey โดยพูดว่า "I'm too close to the sun." "ผมบ้าบิ่นเกินไป" สุดท้าย Audrey ก็ยกโทษให้
อันที่จริงสำนวน "too close to the sun" เคยเห็นผ่านตาในหนังสือ สำนวนไทย สำนวนอังกฤษ มาก่อน และพอได้ยินอีกครั้งก็ออกจะจำได้เลือนๆ ว่าเกี่ยวข้องกับตำนานเทพของกรีก เลยพยายามหาหนังสือเพื่อประกอบการเขียนและไว้อ้างอิง แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนกระทั่งเช้าวันนี้ได้ดู serries เรือง Fringe มีการกล่าวถึง เดดาลัส และ อิคาลัส จึงนึกออก พอดูจบก็รีบมา google หา เลยมีเรื่องเทพปกรนัมของกรีกมาเล่าพอสังเขป ดังนี้
เมื่อสมัยโบราณนานมาแล้ว เด็กชายน้อยผู้หนึ่งนาม อิคาลัส ถูกขังอยู่บนหอคอยพร้อมพ่อคือ เดดาลัส วันๆ เด็กชายได้แต่นั่งเหม่อลอยดูฝูงนกนางนวล จนพ่อรู้สึกสงสารลูกเลยพยายามหาวิธีสร้างปีกเพื่อให้ลูกสามารถบินด้ โดยใช้ขี้ผึ้งทายึดขนนกไว้ติดกับโครงไม้ และปีกเทียมนั้นก็สามารถทำให้อิคาลัสบินไปหาอิสระภาพได้ในที่สุด แต่ด้วยความอ่อนประสบการณ์ อิคาลัสจึงบินเข้าหาดวงอาทิตย์เพราะหลงใหลในความสวยงาม จนทำใหขี้ผึ้งที่ทาไว้เกิดละลาย เด็กหนุ่มจึงตกลงไปเสียชีวิต (รายละเอียดขอเชิญอ่านเพิ่มเติมได้จาก http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=154645&chapter=42)
จะเข้าตำราพ่อแม่รังแกฉันหรือเปล่าน้อ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


